วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2563

น.ส.รวิวรรณ บัวผัน

การอ่านข้อมูลสถิติการระบาดในปัจจุบัน และแนวโน้มการระบาด โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากกราฟ พร้อมแนบวิดิโอ หรือกราฟมา


หกเดือนผ่านไปหลังจาก WHO ประกาศการระบาดใหญ่ แม้สถานการณ์ในบางประเทศจะดีขึ้น และมาตรการควบคุมโรคมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่จำนวนผู้ติดเชื้อในภาพรวมทั่วโลกยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มเกือบถึง 28 ล้านรายแล้ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตทะลุ 9 แสนราย (ข้อมูลวันที่ 10 ก.ย.)

หลายฝ่ายเชื่อว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อจริงทั่วโลกจะมีมากกว่าตัวเลขข้างต้นที่รวบรวมโดย มหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์

บีบีซีไทย รวบรวมข้อมูลที่ควรรู้เกี่ยวกับการระบาดของโรคโควิด-19 มาสรุปในรูปแบบอินโฟกราฟิก เพื่อให้เข้าใจพัฒนาการของวิกฤตโควิด-19 ที่ยังไม่มีใครคาดได้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด

สถานการณ์ในประเทศไทย

หลังจากไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อภายในประเทศนับตั้งแต่วันที่ 13 พ.ค. ปรากฏว่าในวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมาพบผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ในประเทศรายแรก หลังไม่มีรายงานการติดเชื้อนาน 100 วัน ผู้ติดเชื้อดังกล่าวเป็นผู้ต้องขังชายในคดียาเสพติด ที่พบการติดเชื้อระหว่างกักกันตัวผู้ต้องขังก่อนส่งตัวเข้าแดนในเรือนจำทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง

นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ยกระดับมาตรการควบคุมโรคและตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมาหลังจากที่จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศเพื่อนบ้านมีเพิ่มมากขึ้น โดยกรมควบคุมโรค ระบุวิเคราะห์ว่าเป็นผลมาจากการระบาดเป็นวงกว้างในประเทศอินเดีย ซึ่งมีการเพิ่มจำนวนของผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันมากที่สุดของโลก ส่งผลให้การแพร่ระบาดได้ลามเข้าสู่บังกลาเทศและเมียนมา และอาจจะลามมาถึงชายแดนไทยในปลายเดือน ก.ย. นี้

ส่วนในภาพรวมล่าสุด ณ วันที่ 6 ก.ย. มีผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งหมด 3,444 ราย ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 105 ราย รักษาหายแล้ว 3,281 ราย ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตยังคงที่ 58 ราย

อธิบดีกรมควบคุมโรคได้ตอบคำถามเกี่ยวกับการระบาดระลอกที่ 2 ในประเทศไทยว่า มี 2 ลักษณะคือ 1.พบผู้ป่วยหรือผู้ติดเชื้อ ซึ่งขณะนี้ได้พบแล้วในกรณีล่าสุด 2. การระบาด ขณะนี้ทางการกำลังสอบสวนโรค และพยายามควบคุมเพื่อตีกรอบการแพร่กระจายของเชื้อ

การผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ

ศบค. เริ่มผ่อนคลายมาตรการในระยะ 4 ตั้งแต่ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา ด้วยการยกเลิกคำสั่งห้ามออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) และให้กิจกรรม/กิจการเกือบทุกประเภทกลับมาเปิดให้บริการภายใต้ข้อพึงระวังในการปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุข

ในขณะที่ ศบค. ได้ประกาศผ่อนคลายมาตรการระยะที่ 5 แล้วเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจะเปิดให้สถานบันเทิงประเภทผับ บาร์ คาราโอเกะ อาบอบนวด และโรงน้ำชากลับมาเปิดบริการได้ รวมทั้งผ่อนคลายการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรของชาวต่างชาติบางส่วนแบบจำกัด แต่ยังคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต่อไปจนถึงสิ้นเดือน ก.ค.นี้

สำหรับมาตรการผ่อนคลายระยะที่ 6 นั้น ครม.ได้อนุมัติในหลักการแล้วเพื่อให้กลุ่มชาวต่างชาติ 4 กลุ่มสามารถเดินทางเข้ามาในประเทศได้แล้ว อย่างไรก็ตาม ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะมีความพร้อมหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์ระบุว่า หลังจาก ครม.เห็นชอบในหลักการแล้ว สามารถทำได้ทันทีเมื่อพร้อม

ชาวต่างชาติ 4 กลุ่มประกอบด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น